หลายๆคน อาจจะไม่เคยนึกถึงว่าการทำ Employee Onboarding มีความสำคัญกับองค์กรขนาดไหน
บางคนอาจจะนึกว่า การทำ Employee Onboarding นั้นแค่เป็นตัวกำหนดทิศทาง ภาพลักษณ์ เลยไปถึงผลประกอบการขององค์กร จริงเหรอ?

employee onboarding howto

 

การทำ Employee Onboarding นั้นเป็นเหมือนรากฐานอาคาร

ไม่ใช่หน้าตาภายนอกที่มองเห็นได้ในระยะสายตา หลายๆครั้ง ผลจากการทำ Employee Onboarding นั้นอาจจะมองจากภายนอกไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าสร้างรากฐานไม่ดีพออาคารใหญ่ๆก็ไม่ได้พังครืนในวันเดียว ค่อยๆทรุดตัวลงทีละนิด บางอาคารก็ไม่ถึงกับทรุดตัวลง แต่ต้องคอยซ่อมแซมตรงนั้นตรงนี้ให้จุกจิกรำคาญใจ ก็เหมือนกับการ Employee Onboarding ที่ทำแล้วไม่ได้ผลหรือได้ผลไม่ตรงไม่เท่าเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้องค์กรถอยหลังไปเรื่อย จะถอยทีละเยอะ ถอยทีละน้อยก็เป็นการถอยอยู่ดี เสียเวลาในการทำ เสียงบประมาณในการทำและไม่จบแค่นั้น เพราะต้องเสียงบประมาณในการแก้ปัญหาที่เกิดจากความไม่ผูกพัน ไม่เข้าใจหน้าที่ของพนักงาน กระทบตรงไหน กระทบยังไง ทางรูปธรรมก็เป็นมูลค่าของเงินที่ต้องจ่ายรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น ทางนามธรรมพนักงานก็ทำงานไปวันๆ เป้าหมายคือเวลาเลิกงาน เวลากลับบ้าน ประโยชน์ต่างๆที่จะได้รับจากองค์กร ส่วนความก้าวหน้าของตัวเอง ความก้าวหน้าขององค์กร  กระจัดกระจายตามพื้น ซ่อนไว้ในลิ้นชัก ซ่อนลึกตนหาไม่เจอและลืมไปในที่สุด นี่เป็นความสำคัญของการไม่ได้มีกระบวนการทำ Employee Onboarding หรือการทำ Employee Onboarding ที่ไม่ได้ผล

ถ้างั้น การทำ Employee Onboarding ที่ได้ผลล่ะ เราจะได้พบกับอะไร มันดีจริงไหม

นั่นเป็นเรื่องที่องค์กร พนักงาน คนทั่วไปๆสงสัยมาก ลองมาคิดตามกันว่า เมื่อตัวเราต้องเริ่มงาน เริ่มทำอะไรใหม่ๆ เริ่มอะไรก็ตามในชีวิต เราจะมีความสุขแค่ไหน เราจะมีความรู้สึกมั่นคงขนาดไหน ถ้าเราไม่มีแม้แต่มโนในสมองว่า สิ่งที่เราต้องทำต้องเริ่มยังไง นี่คือพนักงานใหม่ ส่วนที่มีมโนบ้างแล้วว่าแย่แน่ๆ ต้องมีแต่เรื่องที่เป็นทางการทั้งนั้น น่าเบื่อแน่นอน  หลับดีกว่า นี่คือพนักงานที่มีประสบการณ์การทำงานมาบ้างแล้ว ทำมาสองสามปี ทำมาแบบเก๋าเกมส์ มาทำให้พวกเขาเจอสิ่งที่คาดไม่ถึงจากการทำ Employee Onboarding ที่เรายืนยันว่าสำคัญให้เขาเห็น ในวันที่เขาเห็น การทำ Employee Onboarding ของเราก็ได้ผล ทำแล้วองค์กรจะมีพนักงานที่รักตัวเอง รักเพื่อนร่วมงาน รักองค์กร รักสิ่งแวดล้อม รักความก้าวหน้า สิ่งที่ทำด้วยความรักทำแล้วสุขใจมากกว่าการทำตามหน้าที่ ที่ถูกบังคับ ทำเพราะบทเขียนมาแบบนั้น

 

กระบวนการ Employee Onboarding ที่ดี จะทำให้พนักงานรู้ทิศทางของตัวเองและเข้าใจทิศทางขององค์กร

แล้วยังไง? พนักงานได้รับการเอาใจใส่ที่ชัดเจนกว่าจากการทำ Employee Onboarding จะทำให้พนักงานพวกนั้นจะรู้สึกถึงความสำคัญของตนเองที่มีต่อองค์กร และมองเห็นว่าองค์กรให้ความสำคัญกับวิธีการทำให้พนักงานรู้จักความสามารถของตัวเอง, มีความสุขในชีวิตการทำงาน, มีโอกาสก้าวหน้าในงานที่ทำ ฯลฯ

เมื่อประสพปัญหาก็ได้รับการรับฟัง ได้รับคำแนะนำที่ดี สิ่งที่จะเกิดขึ้นในลำดับต่อมา เ มื่อพนักงานได้รับการดูแลจนแข็งแรง ผลงานที่พนักงานทำออกมาสู่องค์กร ก็เป็นผลผลิตของความแข็งแรง ถ่ายทอดไปยังรุ่นสู่รุ่น ในแบบที่เคยได้รับการดูแล ปัญหาที่เกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่างพนักงานกับพนักงาน หรือพนักงานกับองค์กร ก็จะไม่เกิดขึ้น

บทความที่น่าสนใจ – 10 คุณลักษณะ ของการทำ Employee Onboarding ที่ดี

องค์กรและพนักงาน ดูเหมือนเป็นคนละสิ่ง แท้ที่จริงแล้วเป็นหนึ่งเดียวกันแยกจากกันไม่ออก สิ่งที่ยืนยันความคิดนี้ เมื่อองค์กรไม่ดี พนักงานในองค์กรนั้นก็ไม่ดี เมื่อพนักงานไม่ดีเป็นที่แน่นอนว่าองค์กรนั้นจะดีไปไม่ได้ ในโลกนี้เราก็ต่างต้องการสิ่งที่ดี ไม่มีทางได้มาแบบไม่ลงทุนไม่มีทางได้มาแบบจับเสือมือเปล่า ไม่เว้นแม้แต่การสร้างองค์กรที่ดี สร้างพนักงานที่ดี

แต่การลงทุนด้วยกำลังเงินแต่เพียงอย่างเดียว ก็ไม่ได้การันตีว่าการสร้างองค์กร การสร้างพนักงานให้รักองค์กร จะราบรื่นเป็นไปได้ด้วยดี มีส่วนประกอบหนึ่งซึ่งถูกมองข้ามมาตลอด นั่นคือกระบวนการการเริ่มงาน หรือรู้จักกันอย่างกว้างขวางว่า Employee Onboarding

onboarding

 

คุณลักษณะที่ดีของการจัดการการเริ่มงานของพนักงานใหม่ที่ควรให้ความสำคัญมีจุดสังเกตยังไงบ้าง ดูจาก 10 ลักษณะเหล่านี้

 

1. พนักงานได้รับการชี้แจง มอบหมายงานตรงตามตำแหน่งที่สมัคร

เพื่อที่ว่าวันหนึ่งจะไม่เกิดเหตุผลในการลาออกว่าต้องทำงานในสิ่งที่ไม่ได้รับการชี้แจง ซึ่งไม่ได้เป็นการทำงานเพิ่มหรือทำงานนอกเหนือหน้าที่ แต่เป็นการที่พนักงานรู้สึกว่า ต้องทำงานในสิ่งที่ไม่ถนัด ไม่ตรงกับความสามารถไม่มีทักษะ

 

2. พนักงานได้รับการอบรมเกี่ยวกับกฎระเบียบ ข้อบังคับการทำงาน

รวมถึงนโยบายขององค์กร เป็นเรื่องที่จำเป็น แต่เป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามอยู่บ่อยครั้ง พนักงานต้องรับทราบสิ่งเหล่านี้เพื่อป้องกัน หลีกเลี่ยงการทำผิดแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากแต่ละองค์กร กฎระเบียบ ข้อบังคับการทำงาน นโยบายมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ในบางกรณีองค์กรเดิมเป็นเรื่องปกติไม่มีข้อห้าม ในองค์กรใหม่อาจกลายเป็นเรื่องต้องห้าม

 

3. พนักงานรับทราบถึงวิธีการจ่ายค่าจ้าง วันที่จ่าย

สวัสดิการต่างๆและวิธีการเข้าถึงสวัสดิการนั้น สวัสดิการดีมีอยู่จริงสำหรับพนักงานที่ไม่รู้วิธีเข้าถึง ก็เหมือนเป็นสวัสดิการในฝัน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพหักเงินสะสมเท่าไหร่ องค์กรสมทบเท่าไหร่ ประกันสุขภาพกลุ่มวงเงินค่ารักษาเท่าไหร่ ทำไมต้องรู้ ทำไมต้องบอกเพื่อให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของตัวเอง ในฐานะสมาชิกขององค์กร และยังเป็นโอกาสให้องค์กรสื่อสาร ถึงการดูแลพนักงานไปในคราวเดียวกัน

 

4. ผังองค์กรเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากมีความซับซ้อนสำหรับพนักงานใหม่

นอกจากใครเป็นใคร แผนกไหน ดูแลเรื่องไหน และแผนกซึ่งพนักงานสังกัดอยู่ สำคัญกับองค์กรอย่างไร

 

5. องค์กรเริ่มจากกจุดไหน เติบโตอย่างไร

ประวัติองค์กรสร้างความผูกพันได้ไม่น้อย อีกทั้งยังช่วยในการ align เป้าหมายของพนักงาน ให้ไปยังทิศทางเดียวกับขององค์กรอีกด้วย

 

6. แนะนำตัวและเดินทัวร์ในคราวเดียว

ไม่ใช่แค่รู้หน้า รู้ห้อง รู้แผนก มากไปกว่านั้นนี่ คือการบอกกล่าวว่าองค์กร มีสมาชิกใหม่เข้ามาและบอกสมาชิกใหม่ว่าคุณคือส่วนหนึ่งขององค์กร เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเกิดปัญหาในการทำงาน ก็จะได้รู้ว่าจะต้องไปที่ไหน

 

7. องค์กรคือบ้าน ก็ต้องมีพี่เลี้ยง น้องเลี้ยงเพื่อนเลี้ยง

คอยให้คำแนะนำ ปรึกษากับสมาชิกใหม่ ต้องมั่นใจว่า บรรดาผู้เลี้ยงทั้งหลายเป็นคู่หูที่ดี นอกจากนั้นเรายังได้ในเรื่องการเผยแพร่วัฒนธรรมองค์กรให้กระจายไปถึงพนักงานใหม่อีกด้วย

 

8. วันแรกเป็นอย่างไร

สมาชิกใหม่ควรมีโอกาสสื่อสารโอกาสน้อยที่จะตอบหากถามความคิดเห็นโดยการให้เขียน แบบสอบถามวันแรกควรเป็นแบบสั้นๆ ง่ายๆ เพื่อให้สบายใจในการตอบและง่ายต่อการประเมินสถานการณ์

 

9. เดือนแรกสมาชิกใหม่เป็นอย่างไร เป็นโอกาสของหัวหน้างานในการพูดคุยถึง

การปรับตัวต่อวัฒนธรรมองค์กร และให้โอกาสมาชิกใหม่ ได้เล่าถึงสิ่งที่พบ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในช่วงเริ่มงานในองค์กรนี้ของแต่ละคน รีเฟล็คชั่นหรือการเปิดใจจะช่วยให้เรารู้ว่าพนักงานใหม่พบกับปัญหาในการปรับตัวอะไรบ้าง

 

10. ครบเก้าสิบวัน ได้เวลาที่พนักงานใหม่

ต้องได้รับการบอกกล่าวว่า จะได้เป็นสมาชิกเต็มตัว หรือองค์กรต้องใช้เวลามากกว่านี้และสำคัญมากหากพนักงานไม่ได้ไปต่อ บอกกันไปในวันนี้ เพื่อให้พนักงานมีเวลาสามสิบวัน เตรียมตัวในการมองหาองค์กรที่เหมาะกับตัวเองมากกว่านี้

สนใจแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเรื่อง Employee Onboarding ในองค์กรยุคใหม่ ติดต่อเราได้ที่นี่ โปรแกรมเงินเดือน EZY-HR