สวัสดีครับ วันนี้จะมาพูดถึงเรื่อง ผลกระทบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่กำลังจะบังคับใช้ในปีภาษี 2560 กันครับ
 
สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฉบับใหม่ที่มีการประกาศใช้นั้น ผมขอไม่พูดถึงอัตราภาษีที่มีการเปลี่ยนแปลงรวมถึงค่าลดหย่อนเนื่องจากสามารถหาอ่านได้จากเว็บไซร์ทั่วไป มีการนำเสนอในรูปของรูปภาพและตารางต่างๆ มากมาย ผมจะขอพูดในเฉพาะประเด็นผลกระทบเท่านั้น
 
ผลกระทบจากอัตราภาษีฉบับใหม่ “คนรายได้น้อยและปานกลางได้ประโยชน์ที่สุด” นี่เป็นคำกล่าวอ้างจากทางรัฐบาลในการออกกฎหมายฉบับใหม่นี้ แล้วมันจริงหรือไม่
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอัตราใหม่ ?
 
อัตราภาษีที่ลดลงนั้น จริงๆ แล้ว จะยังไม่ส่งผลกระทบใดๆ ในปัจจุบัน เนื่องจากต้องรออีกอย่างน้อย 8 เดือน อัตราภาษีใหม่นี้จึงจะมีผลบังคับใช้จริง และกว่าจะยื่นภงด91 ของปี 60 ก็ต้องเป็นต้นปี 61 ดังนั้น ในแง่ของภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนแล้วก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่การมาประกาศออกกฎหมายฉบับนี้ในช่วงนี้จะส่งกระทบในแง่จิตวิทยาให้ประชาชนรู้สึกว่า เรากำลังจะได้ลดภาษีลง เพิ่มความรู้สึกในแง่บวกกับการจ่ายภาษี บางส่วนอาจวางแผนไปถึงการใช้จ่ายเงินที่จะเหลือเก็บมากขึ้นเนื่องจากการเสียภาษีที่ลดลง
 
แล้วเมื่อถึงวันนั้นแล้ว คนที่จะได้ประโยชน์สูงสุดตรงจุดนี้ คือใครล่ะ? คงหนีไม่พ้นผู้มีบุตร เพราะอะไร?
 
ข้อแรก ค่าลดหย่อนบุตรปีละ 15,000 บาท หรือ 17,000 บาท ต่อคนต่อปีนั้น ไม่ได้เพียงพอเลยกับค่าใช้จ่ายจริงของบุตรแต่ละคนในแต่ละปี และยิ่งจำกัดไว้ไม่เกิน 3 คนด้วยแล้ว ทำให้คนที่มีบุตรมาก จะยิ่งรับภาระหนักในเรื่องของค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง ค่าเรียนพิเศษ ค่าอุปกรณ์การเรียน มากมายจิปาถะ แต่ค่าลดหย่อนบุตรอัตราใหม่นั้น ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 15,000 บาท ต่อคนต่อปี เป็น 30,000 บาท ต่อคนต่อปี และไม่จำกัดจำนวนบุตร ทำให้มีเงินเหลือนำมาเป็นค่าใช้จ่ายให้กับบุตรได้มากขึ้น
 
ข้อสอง ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าลดหย่อนส่วนตัว ที่ได้รับการลดหย่อนมากขึ้นเพิ่มจากเดิมเป็น 2 เท่า เมื่อมีเงินเหลือจากตรงนี้มากขึ้น ก็สามารถนำเงินไปใช้จ่ายกับบุตรได้มากขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ผู้ปกครอง ก็คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ยิ่งเงินเดือนมีการปรับเพิ่มขึ้น แต่รายจ่ายของตัวเองอยู่ในระดับเดิมหรือบวกลบจากเดิมไม่มากนักก็เรียกได้ว่าแทบไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ทำงานที่ไหนก็ยังทำงานที่นั่น ค่าเดินทางก็เท่าเดิม ค่าอาหารก็เท่าเดิม แต่บุตรมีการเปลี่ยนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเสื้อผ้าใหม่เมื่อโตขึ้น เริ่มเรียนพิเศษ ย้ายโรงเรียน ซื้ออุปกรณ์การเรียนหนังสือเรียนใหม่ทุกเทอม ทำให้สามารถนำเงินส่วนนี้มาลงที่บุตรได้มากขึ้น
 
ด้วยสองเหตุผลดังกล่าว ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของบุตรลงได้เป็นอย่างมาก โดยไม่ต้องไปเบียดเบียนรายจ่ายอื่นๆ ของตัวเองหรือของครอบครัว หรืออาจจะเบียดเบียนน้อยลง
 
สำหรับคนที่ไม่มีบุตรเงินที่ได้รับในส่วนนี้ ยังมีค่าลดหย่อนส่วนตัวและค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ยังได้รับประโยชน์อยู่ ก็สามารถนำไปใช้จ่ายได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัวหรือเงินออม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคนในกลุ่มใดก็ตาม การใช้จ่ายนี้จะเป็นผลดีทั้งต่อตัวเองและรัฐบาล รัฐบาลจะได้รับภาษีจากทั้งธุรกิจที่มีผลกำไรมากขึ้นและจากภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้จ่าย หากนำไปลงทุนก็จะเป็นการช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจให้มีการไหลเวียนของเงินทุนมากขึ้น และประชาชนก็ได้ประโยชน์จากการลงทุนเก็บออม สร้างผลกำไรให้กับตัวเอง
 
อย่างไรก็ดี มีค่าลดหย่อนอีกประเภทที่ยังไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงคือ ค่าลดหย่อนเกี่ยวกับการเลี้ยงดูบิดามารดาซึ่งมีเงินได้ไม่เกินปีละ 30,000 บาท จุดนี้ยังเป็นข้อด้อยของการค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ยังต้องเสียไปปีละไม่ใช่น้อย อาจจะมากกว่าบุตรด้วยซ้ำ จึงอยากให้รัฐบาลปรับเพิ่มอัตราค่าลดหย่อนในส่วนนี้ให้มากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับค่าลดหย่อนบุตรที่มีการเพิ่มไปแล้ว และสามารถนำไปลดหย่อนได้ไม่จำกัดจำนวนบุตรที่เลี้ยงดู เช่น มีพี่น้อง 3 คน ทั้ง 3 คนอุปการะบิดามารดาทั้งหมด ทุกคนช่วยกันเลี้ยงดู ก็สมควรจะให้ลดหย่อนได้ทุกคน หากพี่น้องคนใดไม่ดูแลเลี้ยงดูพ่อแม่ตัวเอง ก็ไม่ต้องให้ลดหย่อน ซึ่งใช้เป็นเอกสารรับรองที่มีการลงลายมือชื่อของพ่อแม่ก็ได้ ซึ่งจะช่วยกำจัดจุดอ่อนให้กับคนที่ไม่ยอมเลี้ยงดูพ่อแม่ได้
โปรแกรมเงินเดือนและฝ่ายบุคคลที่ทันสมัยที่สุด