Employee Handbook หรือ คู่มือพนักงาน ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทต่างๆ ต้องจัดทำขึ้น ซึ่งข้อดีมีมากมาย ทั้งให้พนักงานเข้าใจเกี่ยวกับองค์กร เข้าใจกฎเกณฑ์ ข้อบังคับการทำงาน ข้อควรปฏิบัติและอื่นๆ ที่บริษัทต้องการให้พนักงานรับทราบ

 

ปัจจุบัน Employee Handbook หรือ คู่มือพนักงาน ของแต่ละบริษัทก็มีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าทำอย่างไรให้พนักงานได้รับทราบข้อมูลของบริษัทตนเอง
ในปัจจุบันที่เห็นส่วนใหญ่ หลายบริษัทก็มีการจัดพิมพ์เป็นเล่มและส่งมอบให้พนักงาน และเซ็นต์รับทราบรายละเอียด กฎข้อบังคับการทำงานไปพร้อมๆ กันเลย ซึ่งถ้ามาลองคิดดูแล้วการจัดทำคู่มือก็ใช้งบประมาณค้อนข้างสูงเช่นกัน ยกตัวอย่าง พนักงาน 300 คน คนละเล่ม เลือกแบบรูปเล่มที่ไม่แพงมาก 4 สี น่าจะราคาเล่มละ 100 บาท เป็นเงิน 30,000 บาท บวกกับมีพนักงานเข้า-ออกอีก ดูแล้วค่าใช้จ่ายเยอะไม่ใช่น้อย บางบริษัทลงทุนน้อยก็ถ่ายเอกสารเอา หรืออย่างงายก็ปิดประกาศไปเลย ซึ่งทั้งหมดก็มีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อให้พนักงานรับทราบรายละเอียดบริษัท ข้อบังคับการทำงาน บทลงโทษ หรืออื่นๆ แต่พนักงานอ้างว่าไม่ได้อ่าน เมื่อกระทำความผิด เราจะลงโทษเค้าได้อย่างไร

 

Employee Handbook หรือ คู่มือพนักงาน ในยุค 4.0 ยุคที่มีโซเชียล Line, Facebook เราต้องมาทำอย่างนี้กันอยู่อีกหรือ หากต้องการให้พนักงานได้รับทราบกฎระเบียบของบริษัท
จะดีกว่าไหม หากมี Employee Handbook หรือ คู่มือพนักงาน ที่เป็น Applications ให้พนักงานสามารถอ่านที่ไหน เวลาไหน เมื่อไหร่ก็ได้ เพื่อเพิ่มความสะดวกอีกทางหนึ่ง ของการบริหารทรัพยากรบุคคล พร้อมกับลดค่าใช้จ่ายในการผลิตคู่มือให้สำหรับพนักงานในเวลาเดียวกัน อีกทั้ง ยังสามารถทราบได้อีกว่าพนักงานคนไหนอ่านแล้วบ้าง และยังสามารถให้พนักงานกดตกลงเพื่อรับทราบกฎระเบียบข้อบังคับการทำงาน และบทลงโทษ หรือสิ่งต่างๆ ได้อีกด้วย

 
แค่นี้ก็เป็นเรื่องง่ายๆ อีกทางหนึ่ง ที่จะช่วยลดภาระงานด้านบริหารทัพยากรบุคคล แถมยังสามารถรู้ได้อีกด้วยว่าพนักงานคนใดตอบตกลง รับทราบเงื่อนไขของบริษัทได้แล้วบ้าง แค่นี้ก็ช่วยให้งาน HR เบาลงไปเป็นกองแล้ว

 

 

594524

594525

594526

 

 

 

 

 

 

 

 

 


1526369860851

1526369846250

1526369834470

1526369794502

 

happyonboardingemployee

 ในแต่ละองค์กรนั้น

ความสำเร็จของการทำ Onboarding อาจจะแตกต่างกันไป แต่จะวัดได้แบบมองเห็นและยอมรับได้โดยทั่วไปคือการที่พนักงานผ่านการทดลองงานตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ทุกวันนี้ในหลายองค์กรก็ไม่ได้มีระยะเวลาทดลองงาน แล้วจะวัดกันยังไง พูดให้ง่ายๆคงจะเป็นคุณภาพของงาน ความสุขของพนักงานในการมีตัวตนในองค์กร ในเรื่องของความสำเร็จนี้ก็ไม่สามารถแยกรูปธรรม นามธรรมออกจากกันได้ ฟังดูฟุ้งกระจายเหมือนวิมานในอากาศ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวิธีจัดการ มาตามดูกันสิว่าจะจัดยังไงดี
Orientationก็ผ่านไปแล้ว แต่พนักงานได้อะไรจากการปฐมนิเทศนี้หรือเปล่า เขารู้จัก อาคาร สถานที่ ฝ่าย แผนก ใครทำอะไรที่ไหนยังไง อย่างน้อยเขาก็ควรรู้ว่าเมื่อเขาต้องติดต่องานเขาต้องติดต่อใคร อุปกรณ์สำนักงานที่ใช้เป็นมิตรกันหรือยัง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยสำหรับพนักงานใหม่1คนกับการ ผ่านพ้นแต่ละวันในช่วงแห่งการเริ่มงาน หลายคนทะเลาะกับเครื่องถ่ายเอกสารมากกว่าคุยกับเพื่อนร่วมงาน การจัดโปรแกรมที่มีรูปแบบไม่เป็นทางการ ด้วยการสังเกตพูดคุย จะทำให้พนักงานใหม่หัวใจว้าวุ่นน้อยลง(จริงๆ)


Job descriptionใบพรรณนางาน ปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากับยุคสมัยหรือไม่ นี่ก็เป็นส่วนสำคัญในงาน ถ้า JD ชัดเจน น่าสนใจ พนักงานใหม่คงเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตัวเองได้ไม่อยาก กลับไปย้อนดูกันหน่อยว่า JD สมัยดึกดำบรรพ์มีอะไรต้องแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปล่า อย่าให้พนักงานต้องเอ่ยปากว่า ให้ทำงานไม่ตรงกับ JD พนักงานส่วนใหญ่ไม่ได้รังเกียจที่จะทำงานมากกว่าหรือไม่มีในJD แต่งานในแบบที่พนักงานไม่รู้ว่านี่ต้องทำด้วยเหรอ ทั้งๆที่เป็นงานหลักของเขา แต่ไม่ถูกบรรจุไว้ใน JD ไม่ Happy เพราะมีแต่ความมึน

On the job training ให้เขาได้เรียนรู้การทำงานหลักจากการทำงานจริงหรือยัง หรือมาใหม่ไปเฝ้ากระติกน้ำร้อน ไปถ่ายสำเนาตลอดเวลาเพราะไม่มีใครสอนงาน พนักงานเก่าไม่กล้าสอนเพราะกลัวดูแลสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ เมื่อไม่มีใครยังไงก็มีเธอ คุณหัวหน้างานต้องรับหน้าที่ไปโดยทันที คนเราเรียนรู้จากการความผิดพลาด คนเราเรียนรู้จากการลงมือทำ ทำแล้วก็ให้เขาบันทึกไว้ว่าเขาได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง ถ้าให้ทำอย่างเดียวโดนไม่มีการมารวบรวม ทบทวน สอบทาน พนักงานอาจมีทักษะแต่ไม่ตระหนักรู้ความสามารถ ความสำคัญของตัวเอง การให้เขาได้รับทราบว่าตัวเองทำอะไรได้ และทำได้ดีในระดับไหน เป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานพัฒนาความสามารถของตัวเองต่อไป

หลักๆของการจัด Onboarding ก็คงใกล้เคียงกันเกือบๆทุกองค์กร สิ่งที่จะช่วยให้สำเร็จในเชิงของ HRIS ก็คงเป็นการเก็บสถิติ กำหนดการ หัวข้อต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน1คน แม้ว่าข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อต่อยอดการทำงานในส่วนอื่นขององค์กรได้ แต่ต้องใช้เวลามากในการจัดการ

ระบบการจัดการข้อมูลที่ดีช่วยได้มาก ช่วยให้ HR ยุคใหม่ประหยัดเวลาในเรื่องของการดูแลข้อมูลการจัดการงานจุกจิกเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการที่จะทำให้การทำ Onboarding สำเร็จได้ เพราะแทนที่จะใช้เวลาไปกับข้อมูล HR หรือหัวหน้างานจะได้ใช้เวลาในการfocusช่วงชีวิตแรกเข้าของพนักงาน

ไม่ระบบจัดการที่ดีที่สุด สำเร็จรูปที่สด ตายตัวเป็นสูตรสำเร็จของการ Onboarding ได้เท่ากับความเอาใจใส่และปรับใช้ให้เข้ากับพนักงานใหม่แต่แบบ

การจัด Program การวางแผน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จ เป็นตัวช่วยและสนับสนุนให้การมีอยู่ของพนักงานใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นแต่ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะเป็นเช่นนั้นตลอดอายุการทำงานของพนักงานคนนั้น

สิ่งที่ดีสุดของการ Onboarding คือการตรวจสอบความก้าวหน้าในแต่ละช่วงของกระบวนการไปพร้อมๆกับการปรับปรุง การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการจัดการข้อมูลที่มีให้เลือกใช้มากมาย สำคัญคือองค์กรต้องไม่หยุดที่จะหาคำตอบเพื่อพัฒนาวิธีสร้างพนักงานใหม่ที่ดี

สวัสดิการมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานในการทำงาน ทำให้พนักงานมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี และพร้อมทุ่มเททำงานให้กับองค์กร

แต่พนักงานส่วนใหญ่จะลืมไปว่า องค์กรของเรามีสวัสดิการอะไรบ้าง เพราะส่วนใหญ่มักได้รับแจ้งตั้งแต่เริ่มเข้างานครั้งแรกแล้วก็จบไป พอผ่านไปนานๆ เข้า 2 ปี 3 ปี อะไรที่ไม่ค่อยได้ใช้ ก็ลืม หรือถ้าไม่ลืม ก็ลืมเงื่อนไขว่า เอ๊ะ แล้วจะใช้ยังไง

EZY-HR สามารถตอบโจทย์ได้ในส่วนนี้ เพียงพนักงานคลิ๊กเข้าไปที่ Benefit ก็สามารถตรวจสอบประเภทของสวัสดิการที่มีได้ และยังทราบถึงเงื่อนไขการใช้ เอกสารที่ต้องเตรียม วงเงินที่รองรับ ทำให้คำนวณค่าใช้จ่ายส่วนต่างได้เอง ทั้งสะดวก และรวดเร็วกว่าการไปสอบถามกับทาง HR
เมื่อเรายื่นเรื่องขอเบิกค่าสวัสดิการไปแล้ว ยังสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อีกด้วยว่า ลืมเบิกหรือไม่ หรือว่า เบิกแล้วติดปัญหาอะไรไหม ถูกทำจ่ายแล้วหรือยัง

ทาง HR หรือฝ่ายบัญชี ก็สามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วจากเอกสารที่พนักงานแนบมาในคำร้อง และไม่ต้องกลัวเองสารหาย เพราะบ่อยครั้ง เอกสารตัวจริงมักไปติดไปกับกองเอกสารหนาๆ ที่โต๊ะของเรานั่นแหละ

Features

  • Benefits Dashboard หน้าจอแสดงภาพรวมทั้งหมดของระบบจัดการสวัสดิการ ทั้งการจำแนกประเภทของสวัสดิการว่ามีอะไรบ้าง, การจัดการการยื่นเรื่อง และการคำนวณในกรณีพิเศษต่างๆเช่นสวัสดิการที่ขึ้นกับอายุงาน หรือสวัสดิการเฉพาะกลุ่ม ฯลฯ

EZYHR Benefit Management

  • นอกเหนือจากนั้น ยังสามารถนำเอาใบรีเควสท์ทั้งหมด นำมาคำนวณเพื่อนำส่งข้อมูลไประบบ Payroll เพื่อออกในสลิปเงินเดือนของพนักงานได้ง่ายๆ

Benefit and Welfare Management Payroll

 

ถ้าสนใจอยากจะใช้ระบบบริหารงานบุคคลสมัยใหม่ ที่จะทำให้งานบริหารคนของคุณกลายเป็นเรื่อง ง่ายๆ สบายๆ ติดต่อเราเพื่อขอทดลองใช้ได้เลย

หลายๆท่านคงรู้ดีอยู่แล้วว่า การทำงานผ่านระบบคลาวด์ดีอย่างไร

ซึ่งเราๆ ท่านๆ เคยใช้งานกันมาไม่มากก็น้อย เช่น การฝากไฟล์ แชร์ไฟล์ผ่านระบบ Dropbox, google cloud , one drive เป็นต้น ทำให้ประหยัดได้ทั้งต้นทุนและเวลาในการส่งผ่านข้อมูลไปยังส่วนงานต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลร่วมกัน

Cloud HRMS and Payroll EZY-HR

แล้วระบบคลาวด์ ดีอย่างไรกับฝ่ายบุคคลในการจัดการกับสาขา?

ข้อแรก เราสามารถทราบได้ทันทีว่า พนักงานท่านใดมาทำงานบ้าง ใครขาดงานบ้าง หากเป็นธุรกิจบริการ พนักงานบริการหน้าร้านเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องหาคนมาเติมให้เต็ม เพื่อให้การบริการเป็นไปอย่างราบรื่น
ข้อสอง การลา การขอโอที การขอเอกสารรับรองต่างๆ รวมถึงการเบิกสวัสดิการและอื่น สามารถทำได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ ลดระยะเวลาการส่งใบคำขอไปยังสำนักงานใหญ่ ลดการใช้กระดาษ ลดการสูญหายของเอกสาร และอนุมัติและการเบิกจ่ายต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
ข้อสาม การคิดเงินเดือนค่าจ้าง สามารถรวมรวบข้อมูลของแต่ละสาขาได้อย่างรวดเร็ว แบบเรียลไทม์ ทำให้ไม่ต้องรอเอกสารหรือรายละเอียดที่จำเป็นต้องใช้จากสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไฟล์สแกนเข้าออกงานของพนักงาน ที่บางแห่ง ยังต้องใช้คนไปเก็บข้อมูลจากตัวเครื่องในแต่ละสาขา ทำให้สูญเสียเวลาอันมีค่าไป
ข้อสี่ ความเสถียรของระบบมีค่อนข้างสูง ปัจจุบันระบบอินเตอร์เน็ตเป็นการใช้งานด้วยความเร็วสูง ทำให้วางใจได้ว่า การทำงานแทบจะไร้ปัญหา ไร้อุปสรรค

 

ดังนั้นแล้ว เราลองปรับเปลี่ยนแนวคิดให้ทันโลกยุค 4.0 โดยการมาลองใช้ระบบคลาวด์ในการทำงานเพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้นกันดูไหมครับ

เจ้าหน้าที่ payroll คือ ผู้ทำหน้าที่ คำนวณวันทำงาน คิดโอที คิดเบี้ยเลี้ยง หักลา หักสาย รวบรวมคำนวณเป็นเงินเดือนให้กับพนักงาน เหตุการณ์ หรือเรื่องเล่านี้มิได้ต้องการตัดพ้อใครเพียงแต่บอกเหตุที่มาให้เข้าใจ เพื่อการทำงานในองค์กรอย่างราบรื่น และมีความสุข

หัวอก payroll คนทำเงินเดือน

พนักงาน: แหม…เรื่องแค่นี้ก็บอกกันไม่ได้แค่ถามว่าคนใหม่เงินเดือนเท่าไหร่
Payroll: อันดับแรก Payroll ที่ดีต้องเก็บความลับค่ะ เพราะถ้าคุณรู้ว่าเงินเดือนคนใหม่มากกว่าคุณทำใจได้หรือเปล่า ไม่โกรธเจ้านายจนเสียงานแน่นะ หรือถ้าคนใหม่เงินเดือนน้อยกว่า และถ้าคนใหม่รู้เข้าทิ้งงานหาย ใครจะช่วยทำงาน คิดให้ดีๆ นาาาาาาา

พนักงาน: หักอีกแล้ว หักลา หักสาย หักอยู่นั่นแหละ
Payroll: Payroll ทุกคนทำตามหน้าที่ ไม่ได้โกรธเกลียดใคร เค้าหักคุณก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอามาเพิ่มให้ตัวเองได้สักหน่อย แต่ถ้าคำนวณผิดนี่ซิ เป็น Payroll ต้องรอบคอบ คีย์ตัวเลขตก 0 ไปแค่ตัวเดียว คีย์ผิดชีวิตเปลี่ยน TT

พนักงาน: บ่นอยู่เรื่อยบ่นอะไรนักหนาส่งช้านิดช้าหน่อยทำเป็นบ่น
Payroll: ให้ส่ง OT ภายในวันที่ 15 ผ่าง…มากองรวมกันวันที่ 15 แล้วมาก่อนเลิกงาน 15 นาที พนักงานมีเป็นร้อย Payroll อยู่ดึกแค่ไหนใครรู้ลูกผัวรออยู่ที่บ้าน ยาวววววววววไป

พนักงาน: ถามนิดถามหน่อยทำไมไม่ยิ้มแย้มกันบ้าง หน้าบึงหน้าตึง
Payroll: – ได้รู้เงินเดือนพนักงาน ตัวเลขของคนอื่นสูงกว่า จิตตกซิครับ แต่ด้วยจรรยาบรรณก็ต้องทำใจ
– ไม่ค่อยมีเวลาไปพัฒนาอบรมอะไรกับเขา วันๆ ยุ่งอยู่กับตัวเลข แล้วจะเติบโตไปทางไหน
– พอตรวจสอบโอทีก็โดนเพื่อนร่วมงานเขม่น ดีไม่ดีเจอพนักงานแค้นแอบไปปล่อยลมยาง….นั่น


ที่เล่ามาคิดว่าทุกคนคงเจอเหตุการณ์นี้มาบ้าง

ถ้ามีคนใดไม่เคยเจอ หรือ Payroll ไม่มีปัญหาก็ช่วยมาเล่ามาแชร์ให้เพื่อนๆ ฟังบ้างว่าใช้วิธีอะไร ทำไมงานราบรื่นอย่างนี้ ถือว่าช่วยๆ เพื่อนร่วมอาชีพค่ะ

ส่วนแอดมินนั้นขอนำเสนอวิธีการที่ช่วยลดปัญหาการทำงานจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด 20 ปี (โปรดอย่าคำนวณอายุ คำนวณแต่เงินเดือนพอแล้ว ^^)

1. อย่างแรกจงภูมิใจกับงานที่ทำ การที่คุณเก็บรักษาความลับให้องค์กรไม่เกิดความวุ่นวาย องค์กรก็อยากรักษาคุณไว้เช่นกัน

2. ใครบอกว่า Payroll ทำเงินเดือนอย่างเดียว คุณดูแลผลประโยชน์ให้พนักงานด้วยนะ เช่น กองทุนเงินทดแทน เงินสะสม การช่วยลดหย่อนภาษี เป็นต้น ให้เพื่อน HR สายอื่นช่วยทำประชาสัมพันธ์ให้พนักงานในองค์กรทราบบ้าง เพื่อสัมพันธภาพที่ดีๆ ก็จะตามมานะจ้ะ
3. การหาเครื่องมือ หรือ ปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน เช่น

  • การหา โปรแกรมเงินเดือน แบบง่ายๆ มาช่วยลดขั้นตอนการทำงาน
  • ถ้าองค์กรมีโปรแกรมอยู่แล้ว ลองมองหาโมดูลเล็กๆ ราคาไม่แพงมาเสริม ยกตัวอย่างเช่น OT ออน์ไลน์ทีทำงานแบบ real time นอกจากเร็วแล้วยังลดความผิดพลาดได้อีกด้วย
  • ปรึกษาผู้รู้ IT ที่บริษัทก็ได้ หรือจะปรึกษา EZY-HR ได้นะคะเรารับปรึกษาฟรี
  • การหาโซลูชั่นอื่นมาช่วย เช่น Ms. Excel, Google Sheet เป็นต้น

มีเวลาเหลือบ้างก็อย่าลืมพัฒนาตนเอง จะได้เก่งๆ และเติบโตในหน้าการงานต่อไป

4. ส่วนเรื่องจิตตก ลองหางานอดิเรกทำ หรือกิจกรรมที่คุณชื่นชอบ สุดท้ายนึกถึง ลูก พ่อแม่ หรือครอบครัวเอาไว้ค่ะ เพราะเค้า คือ กำลังใจที่สำคัญของคุณที่จะช่วยให้คุณเดินหน้าต่อไป

EZY-HR เราเข้าใจหัวอก Payroll

เมื่อกล่าวว่าการทำ Onboarding เป็นสิ่งสำคัญกับองค์กรและอะไรคือการทำ Employee Onboarding  ล่ะ จะมีเฉพาะ Orientation เหรอ? หรือจะต้องมีการอบรม Onboarding? จริงๆก็ถูกนะ เพราะว่า Orientation และการอบรม เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ Onboarding แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด

team-1928848_1280

 

การทำ Onboarding เป็นกระบวนการที่อาศัยเวลา

ในระยะแรกของการทำงานใหม่ในองค์กร พนักงานใหม่ในองค์กรใหม่ ตำแหน่งใหม่ในองค์กรเดิม ตำแหน่งเดิมสาขาใหม่ มีอะไรใหม่ก็แลดูคล้ายว่าต้องทำ Onboarding ทั้งนั้น เนื่องจากเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาวะของชีวิตพนักงาน สภาวะองค์กร สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ เมื่อต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตคือความหวั่นไหว ความไม่รู้ ความว่างเปล่า ชีวิตคนหนึ่งคนใช้เวลากับการเรียนในสถานศึกษาหลายปี ระหว่างการเรียนนั้นมีช่วงที่ได้พบชีวิตการทำงานสั้นๆในลักษณะการฝึกงาน บางคนไม่มีโอกาสเรียนในระดับที่สูงไปถึงช่วงที่ได้รับการฝึกงาน แต่ต้องมาใช้ชีวิตพนักงานจริงในทันที เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงจากวัยเรียนไปเป็นวัยทำงานอย่างรวดเร็ว กระบวนการ Onboarding Process ที่ดีนั้น จะสามารถเข้ามาช่วยให้พนักงานใหม่ๆใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในวัยทำงาน อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้องค์กรมีพนักงานที่ดี สร้างผลงานดีๆ การ Onboarding ไม่เพียงแต่ช่วยพนักงานใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน ยังช่วยพนักงานที่ย้ายมาจากที่ทำงานที่อื่นมาใหม่ที่นี่ด้วย

 

ช่วงเวลาเริ่มต้นของการทำ Onboarding Program คือช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้

รู้จักตัวเอง รู้จักกัน รู้จักองค์กร ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ และต้องอาศัยเวลา ในการถ่ายทอด พนักงานเองก็ต้องใช้เวลาในการจดจำ การทำ Onboarding ในส่วนนี้จะได้ผลเมื่อทำร่วมกับ Company Touring ให้พนักงานจดจำตามสิ่งที่พบ

เมื่อผ่านพ้นช้วงแรกไป พนักงานต้องเข้าทำงานในแผนกหรือฝ่ายตามตำแหน่งของงาน การจัดพี่เลี้ยงและคู่หูที่เหมาะสม จะช่วยพนักงานเรื่องความสัมพันธ์ในองค์กรได้มาก เพราะนอกจากการแล้ว พนักงานมีช่วงพักเพื่อกินข้าว ก็มีบ้างที่มีคนชอบกินข้าวคนเดียว แต่ก็รู้จักทางไปร้านอาหาร โรงอาหาร ร้านขนม ทางลัดจากคนที่ทำงานร่วมกัน เรื่องสับสนที่พนักงานใหม่พบบ่อยคือหมายเลขโทรศัพท์ภายในองค์กร ใครดูแลเรื่องอะไรที่พนักงานต้องติดต่อด้วย ปัญหาในการทำงานที่พนักงานหาทางแก้ ก็มีหัวหน้างานเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำ สอนงาน ตรวจงาน

 

ช่วงระหว่างการ Onboarding และพบได้ในช่วงท้ายๆของกระบวนการคือการประเมินผล

การประเมินผลการทำงานเป็นการสื่อสารอย่างเป็นทางการกับพนักงาน เพื่อสรุปภาพรวมของการใช้ชีวิตในสภาวะใหม่ของพนักงาน เพื่อรับฟังสิ่งที่พนักงานพบหรือมีข้อสงสัยที่ไม่สามารถคุยกับคู่หูที่จัดให้ การแนะนำในสิ่งที่พนักงานต้องแก้ไข ปรับปรุง เพิ่มเติม ยังเป็นการบอกระยะเวลาการทำงานที่ผ่านไปในแต่ละช่วงของพนักงานด้วย

 

กระบวนการทำ Employee Onboarding นั้นเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน

และต้องแข่งกับเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วในฐานะพนักงานใหม่ การ Onboarding ที่ได้ผลนั้นไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ต้องปรับไปตามสภาพองค์กรว่าต้องการผลลัพธ์แบบไหน และต้องปรับให้เข้ากับแนวโน้มของพนักงานตามตำแหน่งหรือละเอียดมากๆ คือการปรับตามความสามารถในการเรีบนรู้ของพนักงานโดยยึดหลักใหญ่ไว้

 

 

สนใจเกี่ยวกับ บทความการพัฒนาองค์กรยุคใหม่ โดยการนำเอาเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้
ติดตามเราได้อีกช่องทางหนึ่งได้ที่ เฟสบุ้คเพจโปรแกรมเงินเดือนและบุคคลออนไลน์ EZY-HR

หลายๆคน อาจจะไม่เคยนึกถึงว่าการทำ Employee Onboarding มีความสำคัญกับองค์กรขนาดไหน
บางคนอาจจะนึกว่า การทำ Employee Onboarding นั้นแค่เป็นตัวกำหนดทิศทาง ภาพลักษณ์ เลยไปถึงผลประกอบการขององค์กร จริงเหรอ?

employee onboarding howto

 

การทำ Employee Onboarding นั้นเป็นเหมือนรากฐานอาคาร

ไม่ใช่หน้าตาภายนอกที่มองเห็นได้ในระยะสายตา หลายๆครั้ง ผลจากการทำ Employee Onboarding นั้นอาจจะมองจากภายนอกไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าสร้างรากฐานไม่ดีพออาคารใหญ่ๆก็ไม่ได้พังครืนในวันเดียว ค่อยๆทรุดตัวลงทีละนิด บางอาคารก็ไม่ถึงกับทรุดตัวลง แต่ต้องคอยซ่อมแซมตรงนั้นตรงนี้ให้จุกจิกรำคาญใจ ก็เหมือนกับการ Employee Onboarding ที่ทำแล้วไม่ได้ผลหรือได้ผลไม่ตรงไม่เท่าเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้องค์กรถอยหลังไปเรื่อย จะถอยทีละเยอะ ถอยทีละน้อยก็เป็นการถอยอยู่ดี เสียเวลาในการทำ เสียงบประมาณในการทำและไม่จบแค่นั้น เพราะต้องเสียงบประมาณในการแก้ปัญหาที่เกิดจากความไม่ผูกพัน ไม่เข้าใจหน้าที่ของพนักงาน กระทบตรงไหน กระทบยังไง ทางรูปธรรมก็เป็นมูลค่าของเงินที่ต้องจ่ายรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น ทางนามธรรมพนักงานก็ทำงานไปวันๆ เป้าหมายคือเวลาเลิกงาน เวลากลับบ้าน ประโยชน์ต่างๆที่จะได้รับจากองค์กร ส่วนความก้าวหน้าของตัวเอง ความก้าวหน้าขององค์กร  กระจัดกระจายตามพื้น ซ่อนไว้ในลิ้นชัก ซ่อนลึกตนหาไม่เจอและลืมไปในที่สุด นี่เป็นความสำคัญของการไม่ได้มีกระบวนการทำ Employee Onboarding หรือการทำ Employee Onboarding ที่ไม่ได้ผล

ถ้างั้น การทำ Employee Onboarding ที่ได้ผลล่ะ เราจะได้พบกับอะไร มันดีจริงไหม

นั่นเป็นเรื่องที่องค์กร พนักงาน คนทั่วไปๆสงสัยมาก ลองมาคิดตามกันว่า เมื่อตัวเราต้องเริ่มงาน เริ่มทำอะไรใหม่ๆ เริ่มอะไรก็ตามในชีวิต เราจะมีความสุขแค่ไหน เราจะมีความรู้สึกมั่นคงขนาดไหน ถ้าเราไม่มีแม้แต่มโนในสมองว่า สิ่งที่เราต้องทำต้องเริ่มยังไง นี่คือพนักงานใหม่ ส่วนที่มีมโนบ้างแล้วว่าแย่แน่ๆ ต้องมีแต่เรื่องที่เป็นทางการทั้งนั้น น่าเบื่อแน่นอน  หลับดีกว่า นี่คือพนักงานที่มีประสบการณ์การทำงานมาบ้างแล้ว ทำมาสองสามปี ทำมาแบบเก๋าเกมส์ มาทำให้พวกเขาเจอสิ่งที่คาดไม่ถึงจากการทำ Employee Onboarding ที่เรายืนยันว่าสำคัญให้เขาเห็น ในวันที่เขาเห็น การทำ Employee Onboarding ของเราก็ได้ผล ทำแล้วองค์กรจะมีพนักงานที่รักตัวเอง รักเพื่อนร่วมงาน รักองค์กร รักสิ่งแวดล้อม รักความก้าวหน้า สิ่งที่ทำด้วยความรักทำแล้วสุขใจมากกว่าการทำตามหน้าที่ ที่ถูกบังคับ ทำเพราะบทเขียนมาแบบนั้น

 

กระบวนการ Employee Onboarding ที่ดี จะทำให้พนักงานรู้ทิศทางของตัวเองและเข้าใจทิศทางขององค์กร

แล้วยังไง? พนักงานได้รับการเอาใจใส่ที่ชัดเจนกว่าจากการทำ Employee Onboarding จะทำให้พนักงานพวกนั้นจะรู้สึกถึงความสำคัญของตนเองที่มีต่อองค์กร และมองเห็นว่าองค์กรให้ความสำคัญกับวิธีการทำให้พนักงานรู้จักความสามารถของตัวเอง, มีความสุขในชีวิตการทำงาน, มีโอกาสก้าวหน้าในงานที่ทำ ฯลฯ

เมื่อประสพปัญหาก็ได้รับการรับฟัง ได้รับคำแนะนำที่ดี สิ่งที่จะเกิดขึ้นในลำดับต่อมา เ มื่อพนักงานได้รับการดูแลจนแข็งแรง ผลงานที่พนักงานทำออกมาสู่องค์กร ก็เป็นผลผลิตของความแข็งแรง ถ่ายทอดไปยังรุ่นสู่รุ่น ในแบบที่เคยได้รับการดูแล ปัญหาที่เกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่างพนักงานกับพนักงาน หรือพนักงานกับองค์กร ก็จะไม่เกิดขึ้น

บทความที่น่าสนใจ – 10 คุณลักษณะ ของการทำ Employee Onboarding ที่ดี

องค์กรและพนักงาน ดูเหมือนเป็นคนละสิ่ง แท้ที่จริงแล้วเป็นหนึ่งเดียวกันแยกจากกันไม่ออก สิ่งที่ยืนยันความคิดนี้ เมื่อองค์กรไม่ดี พนักงานในองค์กรนั้นก็ไม่ดี เมื่อพนักงานไม่ดีเป็นที่แน่นอนว่าองค์กรนั้นจะดีไปไม่ได้ ในโลกนี้เราก็ต่างต้องการสิ่งที่ดี ไม่มีทางได้มาแบบไม่ลงทุนไม่มีทางได้มาแบบจับเสือมือเปล่า ไม่เว้นแม้แต่การสร้างองค์กรที่ดี สร้างพนักงานที่ดี

แต่การลงทุนด้วยกำลังเงินแต่เพียงอย่างเดียว ก็ไม่ได้การันตีว่าการสร้างองค์กร การสร้างพนักงานให้รักองค์กร จะราบรื่นเป็นไปได้ด้วยดี มีส่วนประกอบหนึ่งซึ่งถูกมองข้ามมาตลอด นั่นคือกระบวนการการเริ่มงาน หรือรู้จักกันอย่างกว้างขวางว่า Employee Onboarding

onboarding

 

คุณลักษณะที่ดีของการจัดการการเริ่มงานของพนักงานใหม่ที่ควรให้ความสำคัญมีจุดสังเกตยังไงบ้าง ดูจาก 10 ลักษณะเหล่านี้

 

1. พนักงานได้รับการชี้แจง มอบหมายงานตรงตามตำแหน่งที่สมัคร

เพื่อที่ว่าวันหนึ่งจะไม่เกิดเหตุผลในการลาออกว่าต้องทำงานในสิ่งที่ไม่ได้รับการชี้แจง ซึ่งไม่ได้เป็นการทำงานเพิ่มหรือทำงานนอกเหนือหน้าที่ แต่เป็นการที่พนักงานรู้สึกว่า ต้องทำงานในสิ่งที่ไม่ถนัด ไม่ตรงกับความสามารถไม่มีทักษะ

 

2. พนักงานได้รับการอบรมเกี่ยวกับกฎระเบียบ ข้อบังคับการทำงาน

รวมถึงนโยบายขององค์กร เป็นเรื่องที่จำเป็น แต่เป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามอยู่บ่อยครั้ง พนักงานต้องรับทราบสิ่งเหล่านี้เพื่อป้องกัน หลีกเลี่ยงการทำผิดแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากแต่ละองค์กร กฎระเบียบ ข้อบังคับการทำงาน นโยบายมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ในบางกรณีองค์กรเดิมเป็นเรื่องปกติไม่มีข้อห้าม ในองค์กรใหม่อาจกลายเป็นเรื่องต้องห้าม

 

3. พนักงานรับทราบถึงวิธีการจ่ายค่าจ้าง วันที่จ่าย

สวัสดิการต่างๆและวิธีการเข้าถึงสวัสดิการนั้น สวัสดิการดีมีอยู่จริงสำหรับพนักงานที่ไม่รู้วิธีเข้าถึง ก็เหมือนเป็นสวัสดิการในฝัน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพหักเงินสะสมเท่าไหร่ องค์กรสมทบเท่าไหร่ ประกันสุขภาพกลุ่มวงเงินค่ารักษาเท่าไหร่ ทำไมต้องรู้ ทำไมต้องบอกเพื่อให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของตัวเอง ในฐานะสมาชิกขององค์กร และยังเป็นโอกาสให้องค์กรสื่อสาร ถึงการดูแลพนักงานไปในคราวเดียวกัน

 

4. ผังองค์กรเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากมีความซับซ้อนสำหรับพนักงานใหม่

นอกจากใครเป็นใคร แผนกไหน ดูแลเรื่องไหน และแผนกซึ่งพนักงานสังกัดอยู่ สำคัญกับองค์กรอย่างไร

 

5. องค์กรเริ่มจากกจุดไหน เติบโตอย่างไร

ประวัติองค์กรสร้างความผูกพันได้ไม่น้อย อีกทั้งยังช่วยในการ align เป้าหมายของพนักงาน ให้ไปยังทิศทางเดียวกับขององค์กรอีกด้วย

 

6. แนะนำตัวและเดินทัวร์ในคราวเดียว

ไม่ใช่แค่รู้หน้า รู้ห้อง รู้แผนก มากไปกว่านั้นนี่ คือการบอกกล่าวว่าองค์กร มีสมาชิกใหม่เข้ามาและบอกสมาชิกใหม่ว่าคุณคือส่วนหนึ่งขององค์กร เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเกิดปัญหาในการทำงาน ก็จะได้รู้ว่าจะต้องไปที่ไหน

 

7. องค์กรคือบ้าน ก็ต้องมีพี่เลี้ยง น้องเลี้ยงเพื่อนเลี้ยง

คอยให้คำแนะนำ ปรึกษากับสมาชิกใหม่ ต้องมั่นใจว่า บรรดาผู้เลี้ยงทั้งหลายเป็นคู่หูที่ดี นอกจากนั้นเรายังได้ในเรื่องการเผยแพร่วัฒนธรรมองค์กรให้กระจายไปถึงพนักงานใหม่อีกด้วย

 

8. วันแรกเป็นอย่างไร

สมาชิกใหม่ควรมีโอกาสสื่อสารโอกาสน้อยที่จะตอบหากถามความคิดเห็นโดยการให้เขียน แบบสอบถามวันแรกควรเป็นแบบสั้นๆ ง่ายๆ เพื่อให้สบายใจในการตอบและง่ายต่อการประเมินสถานการณ์

 

9. เดือนแรกสมาชิกใหม่เป็นอย่างไร เป็นโอกาสของหัวหน้างานในการพูดคุยถึง

การปรับตัวต่อวัฒนธรรมองค์กร และให้โอกาสมาชิกใหม่ ได้เล่าถึงสิ่งที่พบ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในช่วงเริ่มงานในองค์กรนี้ของแต่ละคน รีเฟล็คชั่นหรือการเปิดใจจะช่วยให้เรารู้ว่าพนักงานใหม่พบกับปัญหาในการปรับตัวอะไรบ้าง

 

10. ครบเก้าสิบวัน ได้เวลาที่พนักงานใหม่

ต้องได้รับการบอกกล่าวว่า จะได้เป็นสมาชิกเต็มตัว หรือองค์กรต้องใช้เวลามากกว่านี้และสำคัญมากหากพนักงานไม่ได้ไปต่อ บอกกันไปในวันนี้ เพื่อให้พนักงานมีเวลาสามสิบวัน เตรียมตัวในการมองหาองค์กรที่เหมาะกับตัวเองมากกว่านี้

สนใจแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเรื่อง Employee Onboarding ในองค์กรยุคใหม่ ติดต่อเราได้ที่นี่ โปรแกรมเงินเดือน EZY-HR

เมื่อพูดถึงค่าใช้จ่ายในบริษัท คุณคิดถึงอะไร?… ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสินค้า เงินเดือนพนักงาน ? อะไรอีกครับ มันก็เหมือนจะไม่มีอะไรอีก แต่แท้จริงแล้ว เรามีต้นทุนอยู่ในทุกที่ครับ ค่าหมึก ค่ากระดาษ ค่าอุปกรณ์สำนักงาน ค่าเสื่อม โอ๊ย เยอะแยะไปหมด แต่วันนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องต้นทุนในการทำงานด้าน HR กันดีกว่า

โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์

การทำงานด้าน hr ต้นทุนหลักๆ ก็คงหนีไม่พ้น ค่าจ้างพนักงานซึ่งน่าจะถือเป็นต้นทุนหลักๆ ของแผนก สำหรับการทำงาน ก็ยังมี ต้นทุนเรื่องของกระดาษ ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเสื่อมคอมพิวเตอร์ ค่าอุปกรณ์สำนักงาน ค่าหมึกพิมพ์ ค่ากระดาษปริ้นสลิปเงินเดือน ค่ากระดาษเขียนเอกสารลา บลาบลาบลา ทำไมมันมากมายแบบนี้

เปลี่ยนดีมั้ย ? กับชีวิตที่ยุ่งยากมากมายขนาดนี้ เปลี่ยนมาใช้ โปรแกรมเงินเดือนแบบออนไลน์ กันเถอะ

แล้วมันดียังไง ข้อดีของการใช้งานจะอยู่ที่การทำงานทั้งหมดจะอยู่บนระบบ Online พนักงานไม่จำเป็นต้องนำกระดาษมาเขียนขอลา แล้วนำไปส่งหัวหน้างานเพื่อขอลาอนุมัติ เปลืองกระดาษ เปลืองหมึก สิ้นเปลืองเวลา เสี่ยงต่อการสูญหาย เมื่อพนักงานคีย์บนระบบแล้วกดส่งแล้ว ใบลาจะวิ่งไปตามโฟลวของโปรแกรมหาหัวหน้างานของตนเอง หัวหน้าจะมาเช็คเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีสูญหาย ไม่เสียเวลาเดินไปหา ไม่เสียเวลามาคอยตามว่าหัวหน้าไปไหน ต้องร้อนใจคนลาว่าเดี๋ยวจะไม่ได้ลากันพอดี สลิปเงินเดือน สามารถพิมพ์ออกมาเป็นไฟล์ได้ ส่ง email ได้ ทำให้ประหยัดค่ากระดาษ ค่าหมึกในการปริ้นสลิปเงินเดือน ไม่ต้องคอยสั่งกระดาษมาสต๊อกไว้ในปริมาณเยอะๆ ให้ปลวกแทะอีกต่อไป

สิ่งสำคัญที่สุด ประหยัดเวลาของทั้งตัวพนักงานและฝ่าย hr เองด้วย พนักงานไม่ต้องมาคอยถามหาเอกสาร ขอปริ้นเอกสาร เพราะพนักงานสามารถทำงานผ่านระบบได้เลยเกือบทั้งหมด ลดงาน ลดเวลาทำงานของฝ่ายลงได้อย่างมาก ทำให้พนักงานในแต่ละฝ่าย สามารถนำเวลาเหลานี้ไปทำงานให้ก่อประโยชน์แก่บริษัทได้อีกเยอะแยะครับ

การมีธุรกิจเป็นของตัวเองอาจจะเป็นความฝันของคนยุคนี้ แต่ถ้าบริหารงานไม่ดี ฝันดังกล่าวก็อาจจะกลายไปเป็นฝันร้ายก็ได้ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารงานบุคคลที่นับเป็นจุดตายของเจ้าของธุรกิจหลายๆ คน เป็นตัวชี้ว่าธุรกิจของคุณจะไปรอด หรือร่วง

เราอยากจะแชร์เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณบริหาร “คน” ได้ง่ายๆ ด้วย 5 วิธีดังนี้

ezyhr-payroll-cloud-software

1. การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม

ถ้าหากว่าคุณเป็นเหมือนเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางส่วนใหญ่ ที่ใช้ Excel ในการจัดเก็บงานบุคคลอยู่ ขอบอกเลยว่าคุณกำลังทำให้ชีวิตตัวเองยุ่งยากโดยไม่จำเป็น เพราะว่าซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารงานบุคคลสมัยใหม่นี้ หลายๆ โปรแกรมถูกออกแบบมาให้ง่าย ทันสมัย ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ไอทีมาติดตั้ง ไม่ต้องลงทุนกับเซิฟเวอร์ราคาแพง โดยเทคโนโลยีปัจจุบัน ทำให้สามารถมองหา
– โปรแกรมที่ไม่ต้องลงโปรแกรม หรือลงเดต้าเบส และเซิฟเวอร์
ซึ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและดูแลรักษา
– สามารถใช้งานได้ทั้งจากเครื่องคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ
โดยครอบคลุมการทำงานในระบบบริหารบุคคลอย่างครบถ้วน ตั้งแต่เรื่องการจัดการเวลาเข้างาน ระบบอนุมัติวันลา ไปจนถึงการคำนวณเงินเดือน

– ออกแบบมาให้สามารถใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน

หลายต่อหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่ว่าแค่ซื้อโปรแกรมมาติดตั้งแล้วจะจบ คุณยังจะต้องพิจารณาถึงการเริ่มต้นการใช้งาน การซัพพอร์ต การเทรนนิ่ง และความสามารถในการพัฒนาต่อของตัวโปรแกรม ว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตของคุณไปได้หรือไม่

 

เคล็ดลับ – เครื่องมือที่ดีและเหมาะสม จะช่วยทำให้งานยากกลายเป็นงานง่าย งานง่ายกลายเป็นไม่ต้องทำ

 

Consultant Human Resource Outsource

2. การจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือบริการบริหารงานบุคคลแบบเอาท์ซอร์ส

บางทีคุณอาจจะคิดว่า สำหรับธุรกิจขนาดเล็กแล้ว การจ้างผู้จัดการแผนกบุคคลเพื่อดูแลการบริหารงานบุคคลถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ทำเองดีกว่า แต่ในหลายๆ ครั้งแล้วเรายังจะมีทางเลือกในการจ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยดูแลการบริหารงานของธุรกิจของเราแบบที่ไม่จำเป็นจะต้องจ้างเป็นพนักงานประจำ หรือเลือกใช้ผู้ให้บริการเอาท์ซอร์สการบริหารงานบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพราะอย่างไรเสีย เราที่เป็นเจ้าของกิจการก็ไม่อาจสู้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ที่ทราบถึงกฎระเบียบและข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานบุคคล ค่าแรง สวัสดิการต่างๆ ได้ ดังนั้นเอาท์ซอร์สเหล่านี้ ก็เปรียบเสมือนที่ปรึกษาให้กับเราไปด้วยในตัว ทำให้ลดเวลาในการบริหารงานด้านงานบุคคล และยังเพิ่มเวลาให้คุณสามารถโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญกว่าในธุรกิจของคุณได้อย่างเต็มที่

หลายๆ คนคิดว่าบริการดังกล่าวจะแพงมั้ย จะคุ้มหรือ เราบอกได้เลยว่าราคาค่าบริการในเรื่องดังกล่าวในปัจจุบัน ถูกมาก อีกทั้งยังมีความเป็นอิสระ และมีความเป็นมืออาชีพในการดำเนินงานมาก

 

เคล็ดลับ – หลายหัวดีกว่าหัวเดียว โฟกัสกับเรื่องที่เราเก่งและสำคัญกับธุรกิจดีกว่า

 

 

3. การบริหารค่าจ้างและสวัสดิการ

พนักงานในปัจจุบันเลือกสถานที่ทำงานจากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ระยะทาง จำนวนวันทำงาน ชื่อเสียงของบริษัท รวมถึงค่าจ้าง และสวัสดิการที่บริษัทแต่ละแห่งมี และคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดเห็นจะเป็นค่าจ้างและสวัสดิการ
ค่าจ้างคือเงินที่เราจะได้รับทุกๆ เดือน ซึ่งรวมถึงสวัสดิการอื่นๆ ที่จะได้รับ (แบบเป็นตัวเงิน) เช่น ค่าตำแหน่ง ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมันรถ ค่านายหน้า ค่าคอมมิชชั่น แน่นอนว่า เงินเดือนจะเป็นปัจจัยแรกๆ ที่จะถูกนำมาเปรียบเทียบว่าเราควรไปที่ใด รวมถึงสวัสดิการเป็นอย่างไร บางแห่งมีชุดทำงานให้ มีสวัสดิการเป็นข้าวกลางวัน ก็นับเป็นปัจจัยดึงดูดที่ดีสำหรับพนักงาน เพราะทำให้พนักงานสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากมาย กระนั้น บริษัทบางที่ก้ไม่ได้สนใจว่าพนักงานจะรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ หากมองในความคุ้มค่าแล้ว ค่าจ้างที่ดึงดูดใจและสวัสดิการที่ดี จะดึงดูดพนักงานที่มีคุณภาพมากกว่า ซึ่งจะทำให้บริษัทได้พนักงานที่มีความสามารถตามต้องการจริงๆ ไม่ใช่สามเดือนผ่านไปก็ยังหาคนที่ถูกใจไม่ได้ แต่ไม่เคยมองย้อนกลับมา เหตุใดเราจึงยังไม่สามารถหาคนที่เราต้องการได้ ทำให้สุดท้าย เมื่อไม่ไหวแล้ว เราก็จำเป็นต้องเลือกคนที่ดีที่สุดของที่มาสมัครซึ่งอาจจะไม่ได้คุณสมบัติที่เหมาะสมเลยกับบริษัทเข้ามาทำงาน อันจะทำให้บริษัทเสียเวลา และค่าใช้จ่าย หากท้ายที่สุดแล้ว พนักงานคนนั้นๆ ไม่สามารถตอบสนองบริษัทได้ในระดับที่เหมาะสม
แน่นอนว่า ย่อมรวมถึงการดูแลพนักงานหลังจากที่รับเข้าทำงานแล้วด้วยว่าเราจะรักษาคนเก่ง คนดี คนมีความสามารถไว้ได้อย่างไร อย่าทำให้พนักงานไม่มีใจจะอยู่แล้วค่อยให้สิ่งที่พนักงานต้องการ เพราะเมื่อถึงเวลานั้น ถึงเราจะเพิ่มเงินให้แค่ไหน สวัสดิการดีขึ้นเพียงไร แต่เมื่อใจไม่อยู่เสียแล้ว พนักงานก็พร้อมจะไปจากเราทุกเมื่ออยู่ดี
เคล็ดลับ – ค่าจ้างและสวัสดิการที่ดึงดูดใจ จะทำให้บริษัทได้คนที่มีความสามารถที่ดียิ่งขึ้นมาสมัครงานและร่วมงาน แม้ระยะทางจะไกลแต่ถ้าพนักงานถูกใจก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

 

โปรแกรมเงินเดือน บนมือถือ

4. งานบริหารงานบุคคลที่มีแต่ข้อมูลแต่ไม่อัพเดต จะไม่สามารถใช้งานได้จริง

อีกปัญหาปวดหัวข้อนึงในการบริหารงานบุคคลคือ คือการที่จะทำยังไงให้ข้อมูลบุคคลเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา หรือที่เราเรียกกันว่า Real Time Information ซึ่งถ้าคุณใช้ระบบที่ไม่สามารถอัพเดตได้อยู่ตลอดเวลา หรือต้องใช้แรงงานในการอัพเดตข้อมุลแบบแมนวล จะทำให้คุณไม่สามารถบริหารงานบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นข้อมูลการลาหยุดพักร้อนของพนักงาน ถ้าเกิดว่าเรายังใช้ใบลาที่เป็นกระดาษที่พนักงานจะต้องทำการเขียนและนำมายื่นให้กับฝ่ายบุคคล เราแทบจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า พนักงานคนดังกล่าวใช้วันลาหยุดพักร้อนไปเป็นจำนวนเท่าไรแล้ว และใช้เกินกับวันหยุดพักร้อนที่เขาได้รับหรือไม่ นอกจากจะต้องมาคำนวณจากประวัติใบลาในช่วงที่ผ่านมาก่อน ซึ่งทำให้เราต้องเสียเวลามาก อีกทั้งยังอาจจะก่อให้เกิดความผิดพลาดในการอนุมัติวันลาได้

แต่ถ้าเราใช้ระบบซอฟต์แวร์ที่รองรับการขออนุมัติใบลาพักร้อนได้แบบ eLeave ที่มีความสามารถให้พนักงานสามารถทำการยื่นขออนุมัติวันลาได้ด้วยตัวเอง จากที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้แล้ว จะทำให้ตัวพนักงานเองสามารถที่จะรู้ได้เลยว่าเขายังมีวันหยุดพักร้อนคงเหลือที่สามารถนำไปใช้ได้กี่วัน โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเดินเข้ามาเพื่อถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเลย นั่นทำให้ธุรกิจของเราสามารถเดินหน้าไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องมาเสียเวลากับการจัดการข้อมูลที่เป็นกระดาษ ลดงานเอกสาร ลดการสูญหายของเอกสาร ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ อีกทั้งคุณยังสามารถที่จะแยกประเภทของวันหยุดได้หลายแบบ และกำหนดเงื่อนไขในการขอลาหยุดในแต่ละประเภทได้แตกต่างกัน ให้ตอบโจทย์ตามความต้องการเฉพาะด้านของธุรกิจคุณได้
เคล็ดลับ – ธุรกิจปัจจุบันที่แข่งขันกันด้วยความเร็วสูง และความแม่นยำของข้อมูล ดังนั้นข้อมูลที่ช้าและไม่อัพเดตจะทำให้คุณเสียเปรียบและช้ากว่าคนอื่นไปหลายก้าว

 

 

5. อัพเดตความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการบริหารงานบุคคลของคุณอยู่เสมอ

ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถเลือกใช้ระบบซอฟต์แวร์ช่วยเหลือในการบริหารงาน หรือแม้กระทั่งคุณจะจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ให้บริการเอาท์ซอร์สเพื่อช่วยบริหารงานบุคคลให้กับธุรกิจของคุณ แต่คุณยังควรที่จะเรียนรู้ถึงเทคนิคการบริหารบุคคลที่จำเป็นสำหรับเจ้าของกิจการ เนื่องจากไม่มีใครจะรู้จักธุรกิจของคุณดีไปมากกว่าตัวคุณเอง ในปัจจุบันคุณสามารถที่จะหาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการบริหารบุคคลสำหรับธุรกิจยุคใหม่ได้ในหลากหลายรูปแบบทั้ง การสัมมนา เว้บไซต์ หนังสือ หรือแม้กระทั่งคอร์สเทรนนิ่ง

เคล็ดลับ – เจ้าของธุรกิจคือผู้ที่รู้และเข้าใจธุรกิจตัวเองที่สุด และควรรู้ในเรื่องของระเบียบที่เกี่ยวข้องพื้นฐานเอาไว้บ้างเพื่อป้องกันพนักงานคดโกงเรา และเพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายอันจะทำให้กิจการจะต้องเสียค่าปรับจำนวนมาก

 

เราหวังว่าคุณจะสามารถนำเอาเคล็ดลับเกี่ยวกับบริหารงานบุคคลของเราไปใช้ เพื่อทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้ในยุค HR 4.0 นี้